ผู้ประกอบการสามารถขอเปิดคลินิกได้ 2 วิธี คือ
1. ยื่นคำขอออนไลน์ ผ่านระบบ Bizportal ตามลิงก์ ➤
2. ยื่นคำขอแบบเปเปอร์ ณ ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพฯ OSSC อุดรธานี (อาคารอำนวยการ ชั้น 1)
เมื่อยื่นคำขอแล้วเจ้าหน้าที่จะออกตรวจประเมินสถานที่และออกใบอนุญาต
○ ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล ส.พ. 7 (ชำระค่าธรรมเนียมทุกปี และ ต่อใบอนุญาตทุก 10 ปี)
○ ใบอนุญาตผู้ดำเนินการสถานพยาบาล ส.พ.19 (ต่ออายุใบอนุญาตทุก 2 ปี)
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมกับเจ้าหน้าที่ ได้ที่ Line Official
• คลินิกเวชกรรม - @387lvgcg
• คลินิกทันตกรรม - @279pvngc
• คลินิกพยาบาล - @766elbpj
• คลินิกประเภทอื่นๆ - @315fnrvp
• โฆษณาสถานพยาบาล - @981prnha
ผู้ประกอบการสามารถขอต่ออายุใบอนุญาตสถานพยาบาล ได้ 2 วิธี คือ
1. ยื่นคำขอออนไลน์ ผ่านระบบ Bizportal ตามลิงก์ ➤ https://bizportal.go.th/
2. ยื่นคำขอแบบเปเปอร์ ณ ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพฯ OSSC อุดรธานี (อาคารอำนวยการ ชั้น 1)
ใบอนุญาต
○ ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล ส.พ. 7 (ชำระค่าธรรมเนียมทุกปี และ ต่อใบอนุญาตทุก 10 ปี)
○ ใบอนุญาตผู้ดำเนินการสถานพยาบาล ส.พ.19 (ต่ออายุใบอนุญาตทุก 2 ปี)
เอกสารที่ใช้
- คำขอชำระค่าธรรมเนียม
- สมุด ส.พ.8 (เล่มเขียว)
- ใบอนุญาต ส.พ.7 และ ส.พ. 19
- ใบมอบอำนาจ (หากมีการมอบอำนาจ)
- สำเนาบัตรประชาชนผู้มอบ/รับมอบอำนาจ (หากมีการมอบอำนาจ)
- สำเนาหนังสือรับรองนิติบุคคล (หากบริษัทมอบอำนาจ)
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมกับเจ้าหน้าที่ ได้ที่ Line Official
• คลินิกเวชกรรม - @387lvgcg
• คลินิกทันตกรรม - @279pvngc
• คลินิกพยาบาล - @766elbpj
• คลินิกประเภทอื่นๆ - @315fnrvp
• โฆษณาสถานพยาบาล - @981prnha
ผู้ประกอบการสามารถขอเปลี่ยนแปลงเวลาเปิดคลินิกได้ 2 วิธี คือ
1. ยื่นคำขอออนไลน์ ผ่านระบบ Bizportal ตามลิงก์ ➤ https://bizportal.go.th/
2. ยื่นคำขอแบบเปเปอร์ ณ ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพฯ OSSC อุดรธานี (อาคารอำนวยการ ชั้น 1)
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมกับเจ้าหน้าที่ ได้ที่ Line Official
• คลินิกเวชกรรม - @387lvgcg
• คลินิกทันตกรรม - @279pvngc
• คลินิกพยาบาล - @766elbpj
• คลินิกประเภทอื่นๆ - @315fnrvp
• โฆษณาสถานพยาบาล - @981prnha
การขอเลขสารบบอาหาร หรือ อย. (สบ.7/5)
1. ผู้ประกอบการต้องมีสถานที่ผลิตอาหารและทำการขอใบอนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร มี 2 ประเภท คือ
➤ ใบอนุญาตผลิตอาหารไม่เข่าข่ายโรงงาน (สบ.1/1)
➤ ใบอนุญาตผลิตอาหาร (อ.2)
2. เมื่อใบมีใบอนุญาตผลิตอาหารแล้ว สามารถทำการขอเลขสารบบอาหาร หรือ อย.(สบ.7/5) ได้
-----------------------------------
ขั้นตอนการยื่นคำขอ
1. ดาวน์โหลดคำขอและเตรียมเอกสารและสถานที่ตามเช็คลิสเอกสาร คลิกที่นี่
2. ยื่นคำขอ ณ ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพฯ OSSC สสจ.อุดรธานี
3. เจ้าหน้าที่ตรวจเอกสารครบถ้วนสมบูรณ์ ให้ ผปก.ทำการยื่นคำขอตรวจประเมินสถานที่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ออกตรวจประเมินสถานที่ผลิตอาหาร ยื่นคำขอผ่านระบบออนไลน์ SKYNET
4. เจ้าหน้าที่ออกตรวจประเมินสถานที่ และ อนุมัติใบอนุญาตผลิตอาหาร (สบ.1 หรือ อ.2)
5. เมื่อผปก.ได้ใบอนุญาตผลิตอาหาร สามารถยื่นคำขอ เลขสารบบอาหาร หรือ อย. (สบ.7/5) ผ่านระบบออนไลน์ SKYNET
**กรณีผลิตน้ำดื่ม น้ำแข็ง น้ำแร่ ต้องมีผู้ควบคุมการผลิตอย่างน้อย 1 คนที่สอบผ่านและได้เกียรติบัตรผู้สอบผ่านผู้ควบคุมการผลิตน้ำดื่ม น้ำแข็ง
-----------------------------------
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมกับเจ้าหน้าที่ ได้ที่ Line Official
• ผลิตน้ำดื่ม น้ำแข็ง - @561gyrfh
• ผลิตอาหาร - @fvk6571x
📌วิธีการสมัครสอบ เป็นผู้ควบคุมการการผลิต น้ำดื่ม/น้ำแข็ง/น้ำแร่
1. เข้าเว็บไซต์สมาคมเภสัชสาธารณสุขแห่งประเทศไทย
▪️ https://phpa-th.com/apply_exam.php
2. กรอกข้อมูลผู้สมัครสอบ และบันทึกการสมัคร
3. สแกนชำระเงิน ค่าสมัครสอบ 300 บาท พร้อมทั้งแนบสลิป
▪️ https://phpa-th.com/account/check.php
**สามารถศึกษาเนื้อหาที่เกี่ยวข้องด้วยตนเอง ได้ที่ 🔗
**ตรวจสอบผลการสอบ ของศูนย์สอบ สสจ.อุดรธานี ได้ที่ 🔗
การขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการนวด ใบอนุญาต สพส.14
1. ตรวจสอบรายชื่อผู้ผ่านการอบรมหลักสูตรการนวด ผ่านเว็บไซต์ SPA DIRECTORY THAILAND 69
กดเลือก ค้นจากชื่อนักเรียน ➜ กรอกชื่อ ➜ ค้นหา
2. หากมีรายชื่อ ท่านสามารถทำการขึ้นทะเบียนได้ที่เว็บไซต์ ➤ BIZPORTAL
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมกับเจ้าหน้าที่ ได้ที่ Line Official
• นวด/สปา - @030clhzz
ผู้ประกอบการสามารถขอใบอนุญาตเปิดร้านนวด/สปา โดยมีเงื่อนไขคือต้องมีผู้ให้บริการนวดที่ผ่านการขึ้นทะเบียน และมีใบ สพส.14 สามารถยื่นคำขอ ได้ 2 วิธี ดังนี้
1. ยื่นคำขอออนไลน์ ผ่านระบบ Bizportal ตามลิงก์ ➤ https://bizportal.go.th/
2. ยื่นคำขอแบบเปเปอร์ ณ ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพฯ OSSC อุดรธานี (อาคารอำนวยการ ชั้น 1)
เมื่อยื่นคำขอแล้วเจ้าหน้าที่จะทำการออกตรวจประเมินสถานที่และออกใบอนุญาตร้าน
**ชำระค่าธรรมเนี่ยมรายปี ทุกปี และ ต่ออายุใบอนุญาตทุก 5 ปี
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมกับเจ้าหน้าที่ ได้ที่ Line Official
• นวด/สปา - @030clhzz
📢 ช่องทางการแจ้งเรื่องร้องเรียนหรือเบาะแส
ประชาชนสามารถแจ้งเรื่องที่ต้องการร้องเรียนและส่งภาพหลักฐานหรือเบาะแสได้ตามช่องทาง ดังนี้ 🔍
1. เดินทางมาด้วยตนเอง ที่ศูนย์จัดการเรื่องร้องเรียนฯ ณ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี อาคารอำนวยการชั้น 1 :
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี
2. โทรศัพท์ :
• กลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภคและเภสัชสาธารณสุข สสจ.อุดรธานี
📞 042-222-356 ต่อ 113 ,
📞 042-222-356 ต่อ 103 ,
📞 089-569-4582
• สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี
📞 042-222-356
3. Email :
• ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพฯ อุดรธานี
• สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี
4. Line Official : OSSC UDONTHANI
Line ID : @768ouadl
5. Facebook Page :
• ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพฯ อุดรธานี
กลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภคฯ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี
• สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี
6. เว็บไซต์ : สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี
🌐 แจ้งเรื่องร้องเรียน/ร้องทุกข์
จะได้รับเงินสินบนก็ต่อเมื่อเจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบ รวบรวมพยานหลักฐาน และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอันเนื่องมาจากการแจ้งความของผู้แจ้งความนำจับได้เป็นผลสำเร็จ ❗โดยคดีนั้นถึงที่สุดแล้วและ "ได้มาซึ่งค่าปรับ" จึงจะสามารถแบ่งจำนวนเงินสินบนให้แก่ผู้แจ้งความนำจับได้ตามข้อบังคับ ระเบียบ และประกาศที่กระทรวงการคลังกำหนดว่าด้วยการนั้น เท่านั้น
เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบข้อมูลติดต่อกลับที่ทางผู้ร้องเรียนแจ้งไว้ จากนั้นเมื่อหน่วยงานดำเนินการได้ตรวจสอบเรื่องร้องเรียนเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่จะแจ้งผลดำเนินการให้ผู้ร้องเรียนทราบผ่านช่องทางนั้น ๆ หรือ สามารถโทรสอบถาม ติดตามทางศูนย์จัดการเรื่องเรียนฯ ผลิตภัณฑ์สุขภาพ สสจ.อุดรธานี ได้เลยที่เบอร์ 042-222-356 ต่อ 113
1. พบความบกพร่องของผลิตภัณฑ์ที่เห็นได้ชัดเจน เช่น เสียก่อนหมดอายุ กับ อย. ไม่มีฉลากภาษาไทย การแสดงฉลากไม่ครบถ้วน เป็นต้น
2. พบโฆษณาโอ้อวด หลอกลวง หรือทําให้เข้าใจผิด ไม่ว่าจะเป็นโฆษณา โดยวิธีใด เช่น โฆษณาเครื่องดื่มสมุนไพรผ่านสื่อโทรทัศน์ดาวเทียมว่าสามารถ รักษามะเร็ง เบาหวาน ความดันโลหิตสูง เป็นต้น
3. พบการผลิต นําเข้า หรือขายยา และวัตถุเสพติด โดยไม่ได้รับอนุญาต เช่น ร้านชําขายยาโดยไม่ได้ขออนุญาต เป็นต้น
4. พบการผลิต นําเข้า หรือขาย ผลิตภัณฑ์สุขภาพปลอม เช่น พบแหล่งผลิต น้ําปลาปลอม นําเข้าเครื่องสําอางปลอม เป็นต้น
5. พบการผลิต หรือขาย ผลิตภัณฑ์ที่ห้าม หรือมีสารที่ห้ามใช้เช่น ยาชุด ครีมทาฝ้าที่มีสารปรอท - แอมโมเนีย หรือไฮโดรควิโนน หรือกรดวิตามินเอ อาหารที่ผสมสารบอแรกซ์สารฟอกขาว หรือ กรดซาลิซิลิค เป็นต้น
6. ได้รับอันตรายจากการบริโภค หรือใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพ ทั้งที่ได้ปฏิบัติตาม วิธีใช้คําแนะนํา หรือข้อควรระวังตามที่ระบุบนฉลากแล้ว
7. พบการทุจริต และประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่และหน่วยงานภายใน อย.
8. พบปัญหาเกี่ยวกับการดําเนินงานของ อย. เช่น การให้บริการล่าช้า เป็นต้น
📢 คำถามที่เจ้าหน้าที่จะสอบถามเกี่ยวกับเรื่องร้องเรียน เช่น
❓ชื่อผลิตภัณฑ์
❓เลขสารบบอาหาร/เลขที่จดแจ้ง/เลขทะเบียนยา
❓ชื่อและที่ตั้ง ผู้ผลิต/ผู้จำหน่าย
❓เลขที่รุ่นการผลิต LOT NO.
❓วันเดือนปีผลิต-หมดอายุ
❓ภาพถ่ายผลิตภัณฑ์
❓ประเด็นที่สงสัย/ได้รับผลกระทบ
❓ข้อมูลแหล่งจำหน่าย
❓หลักฐานการซื้อ
📢 กรณีที่ไม่สามารถรับเป็นเรื่องร้องเรียนมีอะไรบ้าง?
• ข้อมูลไม่เพียงพอต่อการตรวจสอบ
• ไม่มีข้อเท็จจริงที่สามารถพิสูจน์ได้
• บัตรสนเท่ห์ที่ไม่สามารถระบุแหล่งที่มาของข้อมูลได้
• เรื่องที่มีผลการพิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เป็นที่สิ้นสุดแล้ว
• ร้องเรียนเจ้าหน้าที่ที่ไม่สามารถระบุรายละเอียดที่ชัดเจนได้ว่า
เป็นใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร
• คำกล่าวอ้างที่ไม่มีข้อเท็จจริงหรือหลักฐานยืนยันประกอบคำร้องเรียน เป็นต้น
ผู้ร้องเรียน สามารถร้องเรียนกับ สสจ. ได้ (หากมีความประสงค์ที่จะให้ สสจ. รับเรื่องและส่งต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินการ) ทั้งนี้ ให้เจ้าหน้าที่แจ้งข้อมูลติดต่อของหน่วยงานที่รับผิดชอบให้ผู้ร้องเรียนทราบ พร้อมอธิบายให้ผู้ร้องเรียนรับทราบว่า เรื่องร้องเรียนดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานใด หากผู้ร้องเรียนแจ้งร้องเรียนที่หน่วยงานนั้นโดยตรงจะทำให้เรื่องที่ร้องเรียนได้รับการจัดการในระยะเวลาที่รวดเร็ว เนื่องจากหากแจ้งร้องเรียนกับ สสจ. ทาง สสจ. จะต้องดำเนินการเสนอเรื่องร้องเรียนผ่านนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุดรธานีเพื่อพิจารณา และส่งต่อเรื่องร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบต่อไป ซึ่งกระบวนการดังกล่าวต้องใช้ระยะเวลาดำเนินการอย่างน้อย 5-7 วันทำการ
ผู้ร้องเรียน สามารถร้องเรียนเจ้าหน้าที่ได้ โดยแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับพฤติการณ์ของเจ้าหน้าที่ดังกล่าว ระบุตำแหน่ง (ถ้าทราบ) หรือหน่วยงานสังกัด ช่วงวัน-เวลา-สถานที่/ช่องทางที่รับบริการ และระบุวัตถุประสงค์ของการแจ้งร้องเรียน เช่น ขอให้ปรับปรุงการให้บริการ ขอให้ตรวจสอบความโปร่งใส เป็นต้น
สสจ. จะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง / ดำเนินการเฝ้าระวัง ให้เป็นไปตามกฎหมายที่กำหนด
กรณีผู้ร้องเรียนมีความประสงค์เรียกร้องค่าเสียหาย หรือขอเงินคืน ผู้ร้องเรียนสามารถแจ้งร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรม ทั้งนี้ ในส่วนความรับผิดชอบของ สสจ. จะดำเนินการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ และ/หรือสถานประกอบนั้นๆ ตามเรื่องร้องเรียน และดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
ผู้ร้องเรียน สามารถสอบถามข้อมูลเบื้องต้นกับทาง สสจ. ได้ โดยแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ พร้อมระบุแหล่งที่พบ ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ที่ผู้ร้องเรียนสงสัย เพื่อให้เจ้าหน้าที่ พิจารณาตรวจสอบต่อไปว่าจัดเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพที่อยู่ใน ความรับผิดชอบของ สสจ. หรือไม่ อย่างไร
ผู้ร้องเรียน
สามารถปกปิดข้อมูลส่วนบุคคลได้ (โดยแจ้งความประสงค์กับทางเจ้าหน้าที่) ทั้งนี้
การแจ้งข้อมูลติดต่อกลับของผู้ร้องเรียน
จะช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่เจ้าหน้าที่ในการประสานขอข้อมูลเพิ่มเติม (ถ้ามี)
รวมถึงการรับแจ้งผลดำเนินการตรวจสอบให้ผู้ร้องเรียนรับทราบด้วย
ดำเนินการตรวจสอบเรื่องร้องเรียน โดยงานที่รับผิดชอบภายในเวลาที่กำหนด แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ
1.
ภายในเวลา
10 วันทำการ ได้แก่
เรื่องร้องเรียนที่มีข้อมูลครบถ้วน สามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงจากฐานข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้
และไม่ต้องตรวจสถานประกอบการ
2.
ภายในเวลา
30 วันทำการ ได้แก่
เรื่องร้องเรียนที่มีข้อมูลไม่ครบถ้วน
สามารถรวบรวมข้อเท็จจริงโดยไม่ต้องทำหลักฐานเพิ่มเติม และไม่ต้องตรวจสถานประกอบการ
3.
ภายในเวลา
60 วันทำการ ได้แก่
เรื่องร้องเรียนที่มีข้อมูลไม่ครบถ้วน
ต้องสืบหาข้อเท็จจริงรวมถึงต้องตรวจสถานประกอบการ
หมายเหตุ:
ทั้งนี้ เกณฑ์ระยะเวลาการแก้ไขปัญหาการร้องเรียนของผู้บริโภคนี้ไม่รวมกรณี
ต้องส่งตัวอย่างตรวจห้องปฏิบัติการ และการดำเนินงานที่ต้องดำเนินการ
ร่วมกับหน่วยงานอื่น อาทิ ศูนย์ดำรงธรรม และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ฯลฯ
1. รับเรื่อง พร้อมแจ้งตอบรับเบื้องต้น และส่งต่อหน่วยงานดำเนินการ
2. หน่วยงานดำเนินการตรวจสอบเรื่องร้องเรียน โดยหน่วยงานที่รับผิดชอบ
3. แจ้งตอบผลดำเนินการ
หลักกฎหมาย: มาตรา 88 และ 89 ห้ามโฆษณาขายยาในลักษณะโอ้อวดสรรพคุณเกินจริง หรือหลอกลวงว่าสามารถบำบัด บรรเทา รักษา หรือป้องกันโรคเรื้อรังบางชนิดได้ (เช่น มะเร็ง เบาหวาน อัมพฤกษ์ โรคไต โรคสมอง)
ข้อสังเกตเพิ่มเติม:
ต้องแยกก่อนว่าเป็น "ยา" หรือ "อาหารเสริม" ถ้าเป็นอาหารเสริมแต่โฆษณาว่า
"รักษาโรคได้" จะถือเป็นอาหารปลอมหรือโฆษณาเท็จ ซึ่งผิดทั้ง พ.ร.บ.
อาหาร และ พ.ร.บ. ยา ควบคู่กันด้วย
หลักกฎหมาย: มาตรา 12 ห้ามมิให้ผู้ใดผลิต ขาย หรือนำเข้ายา เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาต และกฎหมายกำหนดให้การขายยาต้องทำใน "สถานที่ที่ได้รับอนุญาต" (ร้านขายยาที่มีเภสัชกรประจำ) เท่านั้น การขายออนไลน์จึงทำไม่ได้เลย ยกเว้นผลิตภัณฑ์ที่เป็น "อาหารเสริม" หรือ "เครื่องสำอาง" (แต่ก็ห้ามอวดอ้างสรรพคุณเป็นยา)
มาตรา 75
(4) ห้ามมิให้ผู้รับอนุญาตขายยาจัดยาชุดไว้ล่วงหน้า
และร้านชำทั่วไปไม่มีใบอนุญาตขายยาอยู่แล้ว จะมีความผิดฐาน
"ขายยาโดยไม่ได้รับอนุญาต" (มาตรา 12)
มีโทษทั้งจำและปรับ
กฎหมายบังคับให้ร้านขายยาแผนปัจจุบัน (ข.ย.1) ต้องมีเภสัชกรอยู่ปฏิบัติหน้าที่ตลอดเวลาที่เปิด ทำการ (มาตรา 39) หากเภสัชกรไม่อยู่ แล้วให้คนอื่นที่ไม่ใช่เภสัชกรมาจ่ายยาอันตรายหรือยาควบคุมพิเศษแทน ถือว่ามีความผิดทั้งตัวเจ้าของร้านและตัวเภสัชกร (ฐานไม่ควบคุมดูแล)
ยาประเภทนี้เข้าข่าย "ยาปลอม"
"ยาเสื่อมคุณภาพ" หรือ "ยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน" ซึ่งห้ามผลิต
นำเข้า หรือขายเด็ดขาด
หลักกฎหมาย:
มาตรา 72
ห้ามมิให้ผู้ใดผลิต ขาย หรือนำเข้า ยาปลอม (มาตรา 73)
ยาเสื่อมคุณภาพ
(มาตรา 74) หรือยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา
วิธีรับมือของผู้บริโภค:
สามารถนำเลขบนฉลากไปเช็กในระบบตรวจสอบผลิตภัณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
(อย.) ได้ ถ้าไม่พบข้อมูล หรือลักษณะยาผิดปกติ
ให้เก็บตัวอย่างยาและใบเสร็จไว้เป็นหลักฐานเพื่อร้องเรียนครับ
ช่องทางการร้องเรียนสำหรับผู้บริโภค:
หากพบการกระทำความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ. ยา
สามารถแนะนำให้ผู้บริโภคร้องเรียนได้ที่ สายด่วน อย. 1556
หรือร้องเรียนผ่านระบบออนไลน์ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
(อย.) หรือสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี
มาตรา 70 ห้ามโฆษณาผลิตภัณฑ์สมุนไพรในลักษณะโอ้อวด สรรพคุณเกินจริง หรือหลอกลวงให้เข้าใจผิดในสาระสำคัญ และห้ามอ้างว่าสามารถ "รักษา หายขาด หรือป้องกัน" โรคที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด (เช่น มะเร็ง, เอดส์, เบาหวาน, โรคไต) เว้นแต่จะได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์และได้รับอนุญาตโฆษณา
เข้าข่ายความผิดฐาน "ผลิตภัณฑ์สมุนไพรปลอม"
หลักกฎหมาย: มาตรา 59 (๔) กำหนดว่า ผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่มีการนำยาแผนปัจจุบัน หรือสารเคมีสังเคราะห์ (เช่น สเตียรอยด์, ยาแก้ปวดไดโคลฟีแนก, ยาปลุกเซ็กส์) มาผสมลงไปเพื่อให้ออกฤทธิ์แรงและเร็ว ถือเป็น "ผลิตภัณฑ์สมุนไพรปลอม" ผู้ผลิต นำเข้า หรือขาย มีโทษถึงขั้นจำคุกและปรับเงิน (มาตรา 100-101)
ผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ผ่านการอนุมัติจาก
อย. จะต้องมีฉลากภาษาไทย และมี "เลขทะเบียนผลิตภัณฑ์สมุนไพร"
วิธีสังเกตสัญลักษณ์:
เลขทะเบียนของผลิตภัณฑ์สมุนไพรจะไม่ได้ขึ้นต้นด้วย "อย." เหมือนอาหาร แต่จะมีอักษรนำหน้า เช่น G.../6x
(ยาแผนไทย), H.../6x (ผลิตภัณฑ์สมุนไพรอื่นๆ)
หรือ K.../6x (ยาพัฒนาจากสมุนไพร)
เป็นต้น
หลักกฎหมาย:
หากบนฉลากไม่มีเลขเหล่านี้ หรือเอาเลขไปเช็กในระบบตรวจสอบผลิตภัณฑ์สุขภาพของ อย.
แล้วไม่พบ หรือข้อมูลไม่ตรงกัน จะเข้าข่าย
"ผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับ" (มาตรา 58
(1)) ซึ่งห้ามขาย
คำแนะนำเพิ่มเติมในการรับเรื่องร้องเรียน:
เมื่อรับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับสมุนไพร
สิ่งสำคัญคือต้องขอ "ภาพถ่ายฉลากหน้ากล่อง/ขวด" และ
"ลิงก์หรือหลักฐานการโฆษณา" (หากเป็นการซื้อออนไลน์)
เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการประสานงานส่งต่อให้หน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภค เช่น
สายด่วน อย. 1556 หรือ
สสจ.อุดรธานี ดำเนินการทางกฎหมายต่อไป
มีโอกาสสูงมากที่จะผสมสาร
"ไซบูทรามีน" (Sibutramine) หรืออนุพันธ์ของแอมเฟตามีน
(ยาบ้า) ซึ่งปัจจุบันถูกยกระดับเป็น
วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 1
ตามประมวลกฎหมายยาเสพติดแล้ว
หลักกฎหมาย:
ผู้ผลิตหรือผู้ขายอาหารเสริมที่แอบใส่สารเหล่านี้ ถือเป็นความผิดร้ายแรงฐาน
"ผลิตหรือขายวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 1
โดยไม่ได้รับอนุญาต" มีโทษจำคุกและปรับ
แนวทางรับมือ:
ให้ผู้บริโภคหยุดกินทันที เก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์และหลักฐานการซื้อขายไว้
แล้วส่งร้องเรียนที่ สายด่วน อย. 1556 เพื่อส่งตรวจพิสูจน์ในห้องปฏิบัติการ
หากพบสารจริง อย. จะประสานตำรวจ ปส. (ปราบปรามยาเสพติด) เข้าจับกุมดำเนินคดีทันที หรือแจ้ง
สสจ.อุดรธานี
ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดส่วนใหญ่จัดเป็นวัตถุอันตรายที่ต้องได้รับการควบคุม
หลักกฎหมาย:
ผลิตภัณฑ์ซักผ้า ล้างจาน หรือเช็ดกระจก มักจัดเป็น วัตถุอันตรายชนิดที่ 2
หรือชนิดที่
3 (ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นและชนิดของสารเคมี)
ซึ่งผู้ผลิตหรือผู้นำเข้ามีหน้าที่ต้อง แจ้งความประสงค์หรือขึ้นทะเบียนตำรับ
(มาตรา 22 หรือ
มาตรา 23) และต้องแสดงฉลากให้ถูกต้อง
การกวนน้ำยาขายเองโดยไม่ ขออนุญาตจึงมีความผิดฐานผลิตวัตถุอันตรายโดยไม่ได้ขึ้นทะเบียน
พ.ร.บ.
วัตถุอันตราย มีหน่วยงานร่วมดูแลหลายแห่งตามประเภทการใช้งาน
หากผู้บริโภคมาร้องเรียน ให้จำแนกส่งดังนี้
1.
ผลิตภัณฑ์ในบ้านเรือน/สาธารณสุข (น้ำยาล้างจาน,
ซักผ้า,
ยาฉีดยุง,
เจลแอลกอฮอล์)
ส่ง
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สายด่วน 1556
2.
สารเคมีทางการเกษตร (ยาฆ่าแมลงศัตรูพืช, ยาฆ่าหญ้า)
ส่ง กรมวิชาการเกษตร
3.
สารเคมีในภาคอุตสาหกรรม (น้ำยาเคมีแรงสูง,
สารเคมีโรงงาน)
ส่ง กรมโรงงานอุตสาหกรรม