
สปสช. ขอเรียนว่า การดำเนินงานในเรื่องนี้อยู่ในกรอบบทบาทของ สปสช. ในฐานะหน่วยงานบริหารกองทุนและสนับสนุนค่าใช้จ่ายบริการตามสิทธิประโยชน์ ไม่ใช่การกำหนดวิธีรักษาแทนแพทย์ และไม่ใช่การเปิดให้ประชาชนรับยาฮอร์โมนได้เองโดยไม่มีการประเมินทางการแพทย์บริการฮอร์โมนเพื่อการยืนยันเพศสภาพ ไม่ใช่บริการสำหรับ LGBTQ+ ทุกคนโดยอัตโนมัติ แต่เป็นบริการสำหรับบุคคลข้ามเพศและเพศหลากหลายที่มีความจำเป็นทางการแพทย์ ต้องผ่านการประเมินสุขภาพองค์รวม การให้คำปรึกษา การวินิจฉัย การตรวจสุขภาพ การตรวจทางห้องปฏิบัติการ และการติดตามผลข้างเคียงอย่างต่อเนื่อง ภายใต้มาตรฐานวิชาชีพและดุลยพินิจของแพทย์
ที่ผ่านมา สปสช. มีการหารือกับราชวิทยาลัย ผู้แทนราชวิทยาลัย และผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องเป็นลำดับ เพื่อประกอบการพัฒนาแนวทางบริการ คู่มือเบิกจ่าย รายการตรวจสุขภาพ รายการยา และระบบติดตามความปลอดภัย ดังนี้
14 ส.ค. 2567
สปสช. หารือร่วมกับราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย และผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยเพศวิทยาคลินิกและเวชศาสตร์ทางเพศ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อพิจารณาการขับเคลื่อนและพัฒนาสิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวกับบริการและการให้ยาฮอร์โมนสำหรับกลุ่มข้ามเพศ รวมถึงประเด็นแนวทางปฏิบัติทางคลินิก บุคลากร ระบบบริการ งบประมาณ และการติดตามต่อเนื่อง
4 ก.พ. 2568
สปสช. จัดประชุมหารือเพื่อขับเคลื่อนบริการฮอร์โมนเพื่อการยืนยันเพศสภาพในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยมีผู้เกี่ยวข้องจากหลายหน่วยงานและวิชาชีพเข้าร่วม ได้แก่ กรมอนามัย กรมการแพทย์ ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย ราชวิทยาลัยจิตแพทย์แห่งประเทศไทย ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านสุขภาพคนข้ามเพศ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สมาคมเพื่อพัฒนาสุขภาพคนข้ามเพศและเพศหลากหลายประเทศไทย หรือ ThaiPATH โครงการข้ามเพศมีสุข T-HAT และมูลนิธิเครือข่ายเพื่อนกะเทยเพื่อสิทธิมนุษยชน
ทั้งนี้ ที่ประชุมระบุว่าแนวทางและ Protocol ต้องผ่านการพิจารณาจากราชวิทยาลัยที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์ ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์ ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ ราชวิทยาลัยแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว ราชวิทยาลัยศัลยแพทย์ และราชวิทยาลัยจิตแพทย์ ก่อนดำเนินการต่อ
26 พ.ค. 2568
สปสช. จัดประชุมให้ข้อคิดเห็นต่อร่าง Protocol การให้บริการฮอร์โมนเพื่อการยืนยันเพศสภาพ เพื่อใช้ประกอบการเบิกจ่ายค่าบริการ โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญ และผู้แทนจากสถาบันวิชาการเข้าร่วม ได้แก่ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และหน่วยวิจัยเพื่อขับเคลื่อนนโยบายสุขภาพ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมให้ข้อคิดเห็นต่อประเด็นสำคัญ เช่น การให้คำปรึกษา การตรวจสุขภาพก่อนให้ยา การตรวจร่างกาย การตรวจทางห้องปฏิบัติการ และการตรวจติดตาม
9 มี.ค. 2569
สปสช. จัดประชุมรับฟังข้อเสนอแนะต่อคู่มือการเบิกจ่ายบริการฮอร์โมนเพื่อการยืนยันเพศสภาพในกลุ่มผู้ใหญ่หรือวัยรุ่นตอนปลาย โดยมีผู้แทน/ผู้เกี่ยวข้องจากราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย สมาคมเพื่อพัฒนาบริการสุขภาพคนข้ามเพศและเพศหลากหลาย หรือ ThaiPATH ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย สมาคมต่อมไร้ท่อแห่งประเทศไทย ราชวิทยาลัยแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวแห่งประเทศไทย และสมาคมเพศวิทยาคลินิกและเวชศาสตร์ทางเพศ (ประเทศไทย) เข้าร่วม
สำหรับข้อห่วงใยเรื่องเด็กและวัยรุ่น สปสช. เห็นว่าเป็นประเด็นที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบเป็นพิเศษ โดยต้องอาศัยข้อเสนอจากราชวิทยาลัย แพทยสภา และผู้เชี่ยวชาญสาขาที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดมาตรฐานที่ชัดเจน ปลอดภัย และคุ้มครองผู้รับบริการอย่างเหมาะสม
ทั้งนี้ แนวทางล่าสุดที่อยู่ระหว่างการหารือและพัฒนาคู่มือเบิกจ่าย มุ่งเน้นกลุ่มผู้ใหญ่หรือวัยรุ่นตอนปลายอายุ 18 ปีขึ้นไป ที่มีความจำเป็นทางการแพทย์ และต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ พร้อมระบบตรวจติดตามเพื่อเฝ้าระวังผลข้างเคียง ไม่ใช่การให้ยาฮอร์โมนแบบทั่วไป หรือการให้บริการโดยไม่มีมาตรฐานรองรับ
สปสช. พร้อมนำข้อเสนอจากคณะกรรมาธิการฯ ราชวิทยาลัย แพทยสภา และหน่วยงานวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง มาประกอบการปรับปรุงแนวทางดำเนินงานให้รัดกุมยิ่งขึ้น เพื่อให้การดูแลสุขภาพของบุคคลข้ามเพศและเพศหลากหลายเป็นไปตามหลักฐานเชิงประจักษ์ มาตรฐานวิชาชีพ และยึดความปลอดภัยของผู้รับบริการเป็นสำคัญ